เบี้ยยังชีพ

Posted: มีนาคม 11, 2009 in Private Lek
วันนี้ฉันพาแม่ไปลงทะเบียนรับ"เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ"แล้วค่ะ
หลังจากไปเก้อมาครั้งหนึ่งเมื่อวันเสาร์ทีผ่านมา
แม่ฉันอายุมากแล้วคือ 71 ปี และสุขภาพไม่ค่อยดี
จึงเดินเหินลำบาก ทุลักทุเลพอสมควร
 
จริงๆแล้วผู้สูงอายุสามารถโอนสิทธิ์ให้ลูกหลานไปดำเนินการได้
แต่เนื่องจากบัตรประจำตัวประชาชนของแม่หมดอายุตั้งแต่ปี 2538
เจ้าหน้าที่จึงยืนยันว่าถึงอย่างไรเจ้าตัวก็ต้องมาทำบัตรด้วยตัวเอง
เพื่อถ่ายรูป พิมพ์ลายนิ้วมือ ..ฯลฯ แถมยังต้องโดนปรับไปอีก 20 บาท
เพราะบัตรขาดอายุนานเกินไป
วันนี้คนมาใช้บริการที่เขตเยอะจนน่าตกใจ ทั้งที่เป็นวันธรรมดา
ฉันแทบไม่มีที่จอดรถ ต้องวนไปวนมาอยู่หลายรอบ
คงมีทั้งผู้ที่มาทำธุรกรรมเรื่องบัตรประชาชน เรื่องทะเบียนบ้าน ฯลฯ
 
แต่ในส่วนของการลงทะเบียนผู้สูงอายุเขาแยกโซนไปต่างหาก
โซนนี้คนไม่ค่อยหนาแน่นมากนัก กำลังสบายๆ
วันนี้ฉันจึงได้เห็นผู้สูงอายุหลายท่านทั้งหญิงและชาย
เดินทางมากับลูกหลาน ซึ่งก็เป็นภาพที่ดีนะคะ
 
อีกสิ่งหนึ่งที่อยากกล่าวถึงคือ…
ฉันค่อนข้างประทับใจกับการให้บริการของเขตบางเขน..
สถานที่ตกแต่งสวยงาม แอร์เย็นสบาย และเจ้าหน้าที่ก็มีไมตรีจิตรที่ดี
การทำบัตรประชาชนของผู้สูงอายุในครั้งนี้..ได้สิทธิพิเศษนิดหน่อย
เรียกว่า Fast Track ก็คือได้แซงคิวจากคิวปกติ
ทำให้แม่ฉันได้ทำบัตรฯก่อนคิวของหนุ่มๆสาวๆท่านอื่น
กระบวนต่างๆก็กระชับต่อเนื่อง แถมยังได้เป็นบัตรรุ่นใหม่ (สมาร์ทการ์ด)
และเป็นบัตรตลอดชีพด้วย น่าอิจฉาจังค่ะ
จากนั้นเราก็พากันไปลงทะเบียน"เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ"
ซึ่งรัฐบาลก็จะแจกเงินให้ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปเดือนละ 500 บาท
ในรอบแรกจะได้รับเป็นเวลา 6 เดือนต่อเนื่องตามปีงบประมาณ
และเมื่อเข้าปีงบประมาณใหม่คือ เดือนตุลาคม
ผู้สูงอายุก็จะยังคงได้รับต่อไปอีกจนตลอดชีวิต
 
 
ส่วนนโยบายประชานิยมอีกอย่างหนึ่งของรัฐบาล
คือเช็คช่วยชาติ 2000 บาท ฉันไม่ได้รับหรอกค่ะ
เพราะฉันไม่ใช่คนในระบบประกันสังคม…
และคนทำงานทุกคนที่เป็นคนนอกระบบก็ไม่ได้รับเช่นกัน
ไม่มีใครมาแจกเงิน แจกเช็ค หรือมาเอาใจใส่
ทั้งที่เราก็เป็นคนทำงานที่ถูกหักภาษีทุกเดือนเหมือนกันนะ
ทำไมเราจึงไม่ได้สิทธิ์นั้นบ้าง
 
จริงๆเราก็อยากได้เงิน"สองพัน"มาฟรีๆเอาไว้ซื้อข้าวซื้อของ
เพื่อ"ช่วยชาติ"ในกระตุ้นเศรษฐกิจเหมือนกัน
 
หรือรัฐบาลเตรียมสิทธิพิเศษที่ยิ่งใหญ่กว่ารออยู่…
ช่ ว ย บ อ ก ด้ ว ย !!!!!!
 
ฉันก็บ่นไปงั้นแหละ คุณสมบัติฉันไม่เข้าข่ายที่ระบุหรอกค่ะ
เพราะเงินเดือนฉันเกินเกณฑ์ที่เขากำหนดไว้…
และฉันก็หลุดจากวงโคจรของประกันสังคมมา 2-3 ปีแล้ว
  
 
ฉันเป็นพนักงานประจำมานาน
รู้จักการทำประกันสังคมตั้งแต่ปีแรกๆของการทำงาน
ต้องถูกหักเปอร์เซ็นต์จากเงินเดือนตลอดมา
ซึ่งถ้านับรวมแล้วคงเป็นเงินก้อนโตมาก
 
แต่เมื่อพ้นสถานะนั้นแล้ว
ฉันก็ไม่เคยได้รับอะไรจากเงินในกองทุนที่ว่านั้น
เงินทุกบาททุกสตางค์จากการทำงานที่ถูกหักไป
กลายเป็นเงินที่สูญเปล่าสำหรับฉัน
ที่มาบ่นๆนี้ไม่มีอะไรมาก
แค่รู้สึกปวดใจเมื่อได้รู้ว่าเงินจากกองทุนประกันสังคมมีมากจนล้น
แต่คนที่หลุดจากงานประจำหลายคนกลับต้องเดินคอตกออกมา
ในสภาพที่ไร้งาน และ ไร้เงิน
 
 
บางครั้งฉันคิดถึงชีวิตการเป็นพนักงานประจำ
เรามีทั้งสวัสดิการ มีประกันสังคม ฯลฯ
มีอุปกรณ์สำนักงานให้เบิกให้ใช้ มีคอมพ์ มีเน็ตให้เล่น
ขยันบ้างขี้เกียจบ้าง สิ้นเดือนก็ได้เงินเดือน
มีสังคมในออฟฟิศ สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ดีกันบ้าง งอนกันบ้าง
แต่ก็ยังมีเพื่อนร่วมงาน ได้คุย ได้สังสรรค์
 
แต่การเป็นฟรีแลนซ์
มันรู้สึกโดดเดี่ยวในบางคราวค่ะ
 
อือม์…
แต่ก็มีข้อดีตรงนะ ตรงที่..ค่อนข้างเป็น "อิสระ"ค่ะ
 
 
ฉันเริ่มต้นด้วยเรื่องเบี้ยยังชีพของแม่
แล้วทำไมมาจบที่การเป็นฟรีแลนซ์ของตัวเองซะได้
 
 
 
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s