อิ่ม..มนต์..รัก

Posted: กุมภาพันธ์ 26, 2011 in Uncategorized

เป็นเรื่องราวจากชีวิตจริงของผู้หญิงคนหนึ่ง‘เอลิซาเบท กิลเบิร์ต’

ที่ประสบความสำเร็จทุกด้าน แต่กลับไม่สามารถมีความสุขในชีวิต

คือบันทึกการเดินทางท่องโลกและค้นหาตัวเอง

“ลิซ”เป็นหญิงสาวที่ไม่มีความสุขกับสถานภาพที่เป็นอยู่

ทั้งที่ชีวิตการสมรสอันปรากฎให้เห็นนั้นออกจะดูสมบูรณ์แบบ

แต่ชีวิตจิตใจคนเราละเอียดอ่อนเกินกว่าจะตัดสินกันเพียงภาพภายนอกที่เห็น

ระหว่างการดำเนินการหย่าร้าง เธอก็ได้พบกับศิลปินหนุ่มอีกคนหนึ่งชื่อเดวิด

แรกๆก็หวานชื่น แต่ต่อมาความสัมพันธ์กลับไม่ราบรื่น

จิตใจของเธอรักอิสระและปราถนาการค้นหาบางสิ่ง

จากนั้นการแสวงหาจึงเริ่มขึ้น

จุดเริ่มต้นการเดินทางของเธอคืออิตาลี่

ฉันชอบฉากในประเทศนี้มาก..

เราได้เห็นภาพอาหารอิตาเลี่ยนหลายเมนูที่น่าลิ้มลอง

เราได้เห็นสีหน้าของจูเลีย โรเบิร์ตที่อิ่มเอมอร่อยสุดๆ

เมื่อใช้ซ่อมหมุนเส้นสปาเก็ตตี้ป้อนเข้าปาก

แล้วดูดเส้นสปาเก็ตตี้ที่เหลือจนหมด

เราได้เห็นพิซซ่าแผ่นใหญ่ที่ชื่อ”พิซซ่ามาร์การิต้าของนาโปลิ”

ที่รับประทานกันแบบ 1คนต่อ1ถาด

รูปลักษณ์เป็นพิซซ่าแบบบางนิ่ม

ซึ่งดูแตกต่างจากพิซซ่าแป้งหนาหนุ่มหรือบางกรอบแบบร้านพิซซ่ายอดฮิตในบ้านเรา

ทานกันแบบไม่กลัว”หน้าท้องปลิ้น” (คำศัพท์ในภาพยนตร์)

ฉันได้ปรัชญาการเป็น”ยอดนักกิน”จากฉากนี้เมื่อลิซพูดว่า

ฉันเบื่อที่จะตื่นมาในตอนเช้าเพื่อกังวลถึงสิ่งที่รับประทานไปเมื่อวานนี้

ฉันเบื่อการนั่งนับแคลอรี่ของอาหารทุกเมนูที่ต้องรับประทาน

ฉันไม่อยากรู้สึกผิดกับการกินอีกแล้ว

หากจะมีอะไรที่จะมาเปลี่ยนแปลงหุ่นสะโอดสะองอันบอบบางของเราไปเป็นอย่างอื่น

อย่างมากก็แค่ไปซื้อกางเกงยีนส์ที่ไซส์ใหญ่ขึ้น.. ก็เท่านั้น

อือม์ นั่นน่ะซินะ คุณอยากมีความสุขกับการส่องกระจกแล้วเห็นตัวเองผอม

หรืออยากมีความสุขกับการรับประทาน คงต้องเลือกกันเองอย่างใดอย่างหนึ่ง

และที่อิตาลี่นี่เองที่เธอได้พบคำตอบของตัวเอง ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเดวิด

ในจดหมายที่ลิซเขียนถึงเดวิด มีใจความกล่าวถึง”ออกัสเตรียม”

ซึ่งเป็นสุสานใหญ่โตที่ถูกสร้างขึ้นออคตาเวียน ออกุสตุส แต่ถูกทำลายไปจนพินาศในสมัยหนึ่ง

หากแต่ ณ ปัจจุบันออกัสเตรียมยังกลับถูกเก็บไว้เป็นหนึ่งในมุมเปลี่ยวร้างที่สุดของกรุงโรม

มันคือที่ระลึกที่ทรุดโทรมที่อยู่ท่ามกลางความเจริญที่ขึ้นล้อมรอบ

มันเหมือนบาดแผลล้ำค่าที่ยังถูกเก็บไว้..

เป็นเหมือนคนใจสลายที่ไม่อาจปล่อยวางความทุกข์

หลายคนทนอยู่กับความรันทด เพราะกลัวความเปลี่ยนแปลง

ลิซกล่าวว่า”เมื่อมองไปรอบๆ

ฉันก็คิดว่าชีวิตฉันไม่ได้ยุ่งเหยิงเกินไปนักหรอก

โลกก็เป็นอย่างนี้….

คุณจะตกหลุมพรางถ้ามัวยึดติดกับส่วนใดส่วนหนึ่ง

ความวิบัติคือของขวัญ

ความวิบัติคือการอุบัติของสิ่งใหม่”

จากนั้นเส้นทางการเดินทางของเธอก็เปิดขึ้นอีกครั้งที่อินเดีย

การเรียนรู้ศาสนาปรัชญาและการทำสมาธิทำให้จิตเธอได้เรียนรู้เรื่องความสงบ ความสุข และการปรับจิตใจ

ความเปล่งปลั่งอิ่มเอิบกลับคืนสู่ลิซ แต่เธอยังไม่เจอสมดุลย์

เธอเดินทางต่อมาที่บาหลีเพื่อค้นหาบางสิ่ง

และที่นี่เธอก็ได้พบรัก

(ยังดูไม่จบเลย หนังยาวมาก)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s